เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 น. ศาสตราจารย์พิเศษอรรถพล ใหญ่สว่าง นายกสภามหาวิทยาลัยพะเยา กรรมการสภามหาวิทยาลัยทรงคุณวุฒิ และอธิการบดี ได้ร่วมเยี่ยมชมกิจกรรมนิทรรศการ “16 เรื่องเล่าดีดี 16 ปี มหาวิทยาลัยพะเยา” และกิจกรรมพิเศษ “16 จุด Check-in” ตามรอยจุดเช็กอินทั่วมหาวิทยาลัย โดยนิทรรศการดังกล่าวถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จที่เกิดจากการบูรณาการการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จนเกิดผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อย่างเป็นรูปธรรม แสดงให้เห็นถึงการที่มหาวิทยาลัยพะเยาเติบโตและพัฒนาจากหนึ่งห้องเรียนสู่มหาวิทยาลัยโลก ด้วยความร่วมมือของบุคลากร นิสิต ศิษย์เก่า ภาคีเครือข่าย และชุมชนในจังหวัดพะเยา ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้บริหาร บุคลากร และนิสิต เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 06.00 น. ศาสตราจารย์พิเศษอรรถพล ใหญ่สว่าง นายกสภามหาวิทยาลัยพะเยา กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ อธิการบดี คณะผู้บริหาร บุคลากร และนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา เข้าร่วมพิธีวันสถาปนามหาวิทยาลัยพะเยา ครบรอบ 16 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 17 กรกฎาคมของทุกปี ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยพะเยา ในพิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ศาสตราจารย์พิเศษอรรถพล ใหญ่สว่าง นายกสภามหาวิทยาลัยพะเยา ประธานในพิธีได้ถวายพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย และจุดธูปเทียนที่เครื่องบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้น คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ อธิการบดี และคณะผู้บริหารร่วมปักธูปหางที่เครื่องบวงสรวง ก่อนที่ประธานในพิธีจะโปรยข้าวตอกดอกไม้และพรมน้ำทิพย์เครื่องบวงสรวง จากนั้น ได้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและเครื่องทองน้อย ทอดผ้าบังสุกุล ในโอกาสเดียวกันอธิการบดี กรรมการสภามหาวิทยาลัย พร้อมด้วยผู้บริหารได้ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ และผู้ร่วมพิธีกรวดน้ำรับพร ต่อมานายกสภามหาวิทยาลัยพะเยาได้ร่วมวางพานพุ่ม ถวายพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย และเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ พร้อมกล่าวถวายราชสดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หลังจากนั้นกรรมการสภามหาวิทยาลัยพะเยา ผู้บริหารมหาวิทยาลัยพะเยา และนิสิตขับร้องเพลงฟ้ามุ่ยม่วงทอง พร้อมรับชมการแสดงรำบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในช่วงท้ายนายกสภามหาวิทยาลัยพะเยาได้มอบเหรียญเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัยพะเยา สำหรับหัวหน้าส่วนงานที่ดำรงตำแหน่งมาแล้วเกินกว่า 4 ปี และปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน ทั้งนี้ พิธีวันสถาปนามหาวิทยาลัยพะเยาจัดขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคมของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันมหามงคล เนื่องจากเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนามหาวิทยาลัยพะเยา อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันเป็นมงคลในการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณและทรงคุณูปการต่อแผ่นดินไทย อันเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ พร้อมทั้งเสริมความเป็นสิริมงคลแก่คณะผู้บริหาร บุคลากร และนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา
เมื่อวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. สำนักงานสภามหาวิทยาลัยพะเยา จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำกรอบนโยบายเพื่อการพัฒนามหาวิทยาลัยพะเยาอย่างยั่งยืน ณ โรงแรมเดอะควอเตอร์ เจ้าพระยา บาย ยูจีเอช เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ก่อนเริ่มโครงการฯ นายกสภามหาวิทยาลัยพะเยาได้ขอให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และขอให้ทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัยพะเยา ลดธงครึ่งเสา และแต่งกายไว้ทุกข์ตามกำหนดการที่สำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดต่อไป การจัดทำกรอบนโยบายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางเชิงนโยบายในการกำหนดทิศทางการเป้าหมายและนโยบายการพัฒนามหาวิทยาลัย ซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยพะเยาและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันจัดทำนโยบายการพัฒนามหาวิทยาลัยเพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งมหาวิทยาลัย พระราชบัญญัติการอุดมศึกษาและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล จากนั้น ศาสตราจารย์พิเศษอรรถพล ใหญ่สว่าง นายกสภามหาวิทยาลัยพะเยา ได้มอบนโยบายการพัฒนามหาวิทยาลัยดังกล่าวแก่คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยพะเยาในการประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยพะเยา ระยะ 5 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 - 2574) เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้จัดการศึกษาเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารจัดการและบริหารทั่วไป ด้านยุทธศาสตร์ ด้านการบริหารการเงิน ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการประเมินผลการปฏิบัติงาน และด้านการจัดการเรื่องร้องทุกข์และเรื่องร้องเรียน ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ประกอบด้วย คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยพะเยา อธิการบดี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยพะเยาและบุคลากร จำนวนกว่า 70 คน
เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.00 น. สำนักงานสภามหาวิทยาลัยพะเยาได้จัดกิจกรรมการทบทวนการดำเนินงานด้านคุณธรรมและความโปร่งใสของสำนักงานสภามหาวิทยาลัยพะเยา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นำโดยนางสาวกัลวรา ภูมิลา ผู้อำนวยการสำนักงานสภามหาวิทยาลัยพะเยา พร้อมบุคลากร ร่วมกันทบทวนการดำเนินงานตามขั้นตอนและเกณฑ์การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในการนี้ ผู้อำนวยการได้เน้นย้ำเรื่องความเข้าใจด้านคุณธรรม จริยธรรม มาตรฐานทางจริยธรรม ความเสี่ยงด้านการทุจริตและผลกระทบจากการปฏิบัติงาน รวมถึงการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการปฏิบัติงาน และหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ตามประกาศเจตนารมณ์ “ไม่ให้ ไม่รับ ของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)” เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและลดข้อผิดพลาด ตลอดจนการกำกับดูแลเว็บไซต์ของส่วนงานที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในสภาพที่มีข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง พร้อมรับการตรวจประเมินดังกล่าว และสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการดำเนินงานของสำนักงานสภามหาวิทยาลัยพะเยา
เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 สำนักงานสภามหาวิทยาลัยพะเยาจัดประชุมหารือประเด็น “การพัฒนาองค์กรการปรับปรุงกระบวนการทำงานและการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA)” นำโดยนางสาวกัลวรา ภูมิลา ผู้อำนวยการสำนักงานสภามหาวิทยาลัยพะเยา พร้อมด้วยบุคลากร ที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความ คล่องตัว โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยเฉพาะในขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูล การเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร และการให้บริการแก่ผู้รับบริการ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการประเมิน ITA นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวทางการ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน เช่น ระบบฐานข้อมูลกลางเพื่อรวบรวมและจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ และเครื่องมือออนไลน์สำหรับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ซึ่งการนำเทคโนโลยีมาใช้ดังกล่าว จะช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล และยกระดับความน่าเชื่อถือของส่วนงานต่อสาธารณะ อีกทั้งยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานที่ผ่านมา พร้อมทั้งกำหนดแนวทางพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะด้านดิจิทัล เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของส่วนงานในอนาคต